ขออภัยในความไม่สะดวก
หน้านี้ยังอยู่ระหว่างการปรับปรุงย้ายข้อมูลบางส่วน
เพื่อให้การสืบค้นพระไตรปิฎกและเนื้อหาธรรมะมีความเชื่อมโยงสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
พระวินัยปิฎก
หรือเรียกสั้นๆ ว่า พระวินัย เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้าเกี่ยวกับศีลหรือสิกขาบท (บทบัญญัติ) ตลอดจนพิธีกรรมและธรรมเนียมของสงฆ์ อันเป็นกฎระเบียบที่พระภิกษุสงฆ์และพระภิกษุณีสงฆ์จะต้องปฏิบัติ รวมถึงพุทธประวัติบางตอนและประวัติการทำสังคายนา มีทั้งสิ้น ๒๑,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ แบ่งออกเป็น ๕ คัมภีร์ เรียกโดยย่อว่า อา. ปา. มะ. จุ. ปะ. (หัวใจพระวินัย) ได้แก่
๑. คัมภีร์อาทิกัมมิกะ ว่าด้วยอาบัติปาราชิก สังฆาทิเสส อนิยต และต้น บัญญัติในสิกขาบทต่างๆ
๒. คัมภีร์ปาจิตตีย์ ว่าด้วยอาบัติปาจิตตีย์ ซึ่งเป็นอาบัติอย่างเบา
๓. คัมภีร์มหาวรรค ว่าด้วยพุทธประวัติตอนปฐมโพธิกาล และพิธีกรรมทางพระวินัย
๔. คัมภีร์จุลวรรค ว่าด้วยพิธีกรรมทางพระวินัยต่อจากมหาวรรค ตลอดจนความเป็นมาของภิกษุณี และประวัติการทำสังคายนา
๕. คัมภีร์ปริวาร ว่าด้วยข้อเบ็ดเตล็ดทางพระวินัย
อธิบายเนื้อหาใน พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑-๘
เล่มที่ ๑ มหาวิภังค์ ภาค ๑ ว่าด้วยข้อห้ามหรือวินัยที่เป็นหลักใหญ่ๆ ของภิกษุ
- ๑. เวรัญชกัณฑ์ พระสารีบุตรกราบทูลให้พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงบัญญิสิกขาบท
- ๒. ปฐมปาราชิกกัณฑ์ ห้ามภิกษุเสพเมถุน
- ๓. ทุติยปาราชิกกัณฑ์ ห้ามภิกษุถือเอาสิ่งของที่เจ้าของไม่ได้ให้ตั้งแต่ราคา ๕ มาสกขึ้นไป
- ๔.ตติยปาราชิกกัณฑ์ ห้ามภิกษุฆ่ามนุษย์
- ๕.จตุตถปาราชิกกัณฑ์ ห้ามภิกษุอวดคุณวิเศษที่ไม่มีในตน
- ๖. เตรสกัณฑ์ ว่าด้วยอาบัติสังฆาทิเสส ๑๓ ข้อ
- ๗. อนิยตกัณฑ์ ว่าด้วยอาบัติไม่แน่นอนว่าจะปรับข้อไหน
เล่มที่ ๒ มหาวิภังค์ ภาค ๒ ว่าด้วยข้อห้ามหรือวินัยที่เป็นหลักใหญ่ๆ ของภิกษุ
- ๑. นิสสัคคิยกัณฑ์ ว่าด้วยจีวร, ไหม, บาตร แย่างละ ๑๐ ข้อ ที่ต้องสละสิ่งของ
- ๒. ปาจิตติยกัณฑ์ ว่าด้วยอาบัติปาจิตตีย์ที่ไม่ต้องสละสิ่งของ
- ๓.ปาฎิเทสนียกัณฑ์ ว่าด้วยอาบัติที่พึงแสดงคืน
- ๔. เสขิยกัณฑ์ ว่าด้วยวัตรและจรรยามารยาทที่ภิกษุพึงศึกษา
เล่มที่ ๓ ภิกขุนีวิภังค์ ว่าด้วยข้อห้ามหรือวินัยของภิกษุณี
- ๑. ปาราชิกกัณฑ์ ว่าด้วยอาบัติปาราชิก
- ๒. สัตตรสกัณฑ์ ว่าด้วยอาบัติสังฆาทิเสส ๑๗ ข้อ
- ๓. นิสสัคคิยกัณฑ์ ว่าด้วยอาบัติปาจิตตีย์๒ ที่ต้องสละสิ่งของ
- ๔. ปาจิตติยกัณฑ์ ว่าด้วยอาบัติปาจิตตีย์ตามปกติ ที่ไม่ต้องสละสิ่งของ
- ๕. ปาฏิเทสนียกัณฑ์ ว่าด้วยอาบัตปกฏิเทสนียะ คืออาบัติที่ควรแสดงคืน
- ๖. เสขิยกัณฑ์ ว่าด้วยระเบียบมารยาทที่ต้องศึกษา
- ๗. อธิกรณสมถะ วิธีระงับอธิกรณ์ คงมี ๗ ข้ออย่างเดียวกับของภิกษุ
เล่มที่ ๔ มหาวรรค ภาค ๑ ว่าด้วยพุทธประวัติตอนแรกและพิธีกรรมทางพระวินัย
- ๑. มหาขันธกะ หมวดใหญ่หรือตอนใหญ่
- ๒. อุโบสถขันธกะ หมวดหรือตอนว่าด้วยอุโบสถ
- ๓. วัสสูปนายิกาขันธกะ หมวดหรือตอนว่าด้วยวันเข้าพรรษา
- ๔. ปวารณาขันธกะ หมวดหรือตอนว่าด้วยการปวารณา
เล่มที่ ๕ มหาวรรค ภาค ๒ ว่าด้วยพุทธประวัติตอนแรกและพิธีกรรมทางพระวินัย
- ๑. จัมมขันธกะ หมวดว่าด้วยหนัง
- ๒. เภสัชชขันธกะ หมวดว่าด้วยยารักษาโรค
- ๓. กฐินขันธกะ หมวดว่าด้วยกฐิน
- ๔. จีวรขันธกะ หมวดว่าด้วยจีวร
- ๕. จัมเปยยขันธกะ ว่าด้วยเหตุการณ์ในกรุงจัมปา
- ๖. โกสัมพิขันธกะ ว่าด้วยเหตุการณ์ในกรุงโกสัมพี
เล่มที่ ๖ จุลลวรรค ภาค ๑ ว่าด้วยพิธีกรรมทางพระวินัย ความเป็นมาของภิกษุนีและประวัติการทำสังคายนา
- ๑. กัมมขันธกะ หมวดว่าด้วยสังฆกรรม
- ๒. ปาริวาสิกขันธกะ หมวดว่าด้วยภิกษุผู้อยู่ปริวาสเพื่อออกจากอาบัติสังฆาทิเสส
- ๓. สมุจจยขันธกะ หมวดว่าด้วยการรวบรวม คือประมวลเรื่องที่เกี่ยวกับการออกจากอาบัติสังฆาทิเสส ที่เหลือจากปริวาสิกขันธกะ การขอมานัตต์ การให้มานัตต์ การขออัพภาน สวดถอนจากอาบัติสังฆาทิเสส
- ๔. สมถขันธกะ หมวดว่าด้วยวิธีระงับอธิกรณ์
เล่มที่ ๗ จุลลวรรค ภาค ๒ ว่าด้วยพิธีกรรมทางพระวินัย ความเป็นมาของภิกษุนีและประวัติการทำสังคายนา
- ๑. ขุททกวัตถุขันธกะ หมวดว่าด้วยเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ
- ๒. เสนาสนขันธกะ หมวดว่าด้วยที่อยู่อาศัย
- ๓. สังฑเภทขันธกะ หมวดว่าด้วยสงฆ์แตกกัน
- ๔. วัตตขันธกะ หมวดว่าด้วยวัตรหรือข้อปฏิบัติ
- ๕. ปาฏิโมกขฐปนขันธกะ หมวดว่าด้วยการงดหรือหยุดสวดปาฏิโมกข์
- ๖ ภิกขุณีขันธกะ หมวดว่าด้วยนางภิกษุณี กล่าวถึงความเป็นมาของนางภิกษุณี และข้อปฏิบัติ ข้อห้าม ข้ออนุญาตต่าง ๆ เกี่ยวกับนางภิกษุณี
- ๗ ปัญจสติขันธกะ หมวดว่าด้วยพระอรหันต์ ๕๐๐ ซึ่งทำสังคายนาครั้งที่ ๑ พรรณนาเหตุการณ์ภายหลังพุทธปรินิพพานถึงการทำสังคายนาครั้งที่ ๑
- ๘ สัตตสติกขัธกะ(หมวดว่าด้วยพระอรหันต์ ๗๐๐ ซึ่งทำสังคายนาครั้งที่ ๒ พรรณามูลเหตุและการดำเนินในการทำสังคายนาครั้งที่ ๒
เล่มที่ ๘ บริวาร ว่าด้วยข้อเบ็ดเตล็ดทางพระวินัย
- ๑. มหาวิภังค์โสฬสมหาวาร เป็นการย้อนกล่าวถึงศีลของภิกษุทีละข้อ
- ๒. ภิกขุนีวิภังค์โสฬสมหาวาร เป็นการย้อนกล่าวถึงศีลของนางภิกษุณีแต่ละข้อ
- ๓. สมุฏฐานสีสสังเขป เป็นการรวบรวมสิกขาบททั้งหมดมากล่าวเฉพาะเรื่องสมุฏฐาน คือทางกาย, ทางวาจา , หรือทางจิต
- ๔. กติปุจฉาวาร เป็นการตั้งคำถามแล้วตอบเป็นประเด็น ๆ ไป เป็นต้น
- ๕. วีสติวาร ตั้งประเด็นในการวินิจฉัย, อธิกรณ์ , วิธีระงับอธิกรณ์
- ๖. ขันธกปุจฉา คำถาม คำตอบ เกี่ยวกับขันธกะ
- ๗. เอกุตตริกะ เป็นการชี้แจงเรื่องเกี่ยวกับพระวินัยด้วยตัวเลข
- ๘. อุโปสถาทิ คำถาม คำตอบเรื่องอุโบสถ
- ๙. อัตถวเสปกรณ์ กล่าวถึงการที่พระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติสิกขาบทเพื่อประโยชน์อะไร
- ๑๐. คาถาสังคณิกะ แสดงคำถาม คำตอบของพระอาจารย์ ผู้สังคายนาพระวินัย
- ๑๑. อธิกรณเภท ว่าด้วยประเภทแห่งอธิกรณ์
- ๑๒. อปคคาถาสังคณิกะ เกี่ยวกับการโจทฟ้อง การถามให้ระลึก รวมถึงลักษณะที่จะนับว่าเป็นอลัชชี
- ๑๓. โจทนากัณฑ์ ว่าด้วยวิธีโจทฟ้องว่าจะทำอย่างไร
- ๑๔. จูฬสงความ ว่าด้วยปฎิบัติของภิกษุผู้ถูกฟ้อง
- ๑๕. มหาสงความ มีรายละเอียดมากขึ้นกว่าที่กล่าวมาแล้วใน จูฬสงความ
- ๑๖. กฐินเภท ประเภทแห่งกฐิน
- ๑๗. อุปาลิปัญจกะ ว่าด้วยคำกราบทูลถามของพระอุบาลี
- ๑๘. สมุฏฐาน ว่าด้วยสมุฏฐานแห่งอาบัติและการออกจากอาบัติ
- ๑๙. ทุติคาถาสังคณิกะ หการประพันธ์หัวข้อ และคำอธิบายเกี่ยวกับพระวินัย เพื่อจำง่าย
- ๒๐ . เสทโมจนคาถา คำประพันธ์ตั้งปัญหาวินัยให้คิดชนิดยาก
- ๒๑. ปัญจวัคค์ ว่าด้วยเรื่องต่าง ๆ ๕ วรรค
พระสุตตันตปิฎก
พระสุตตันตปิฎก หรือเรียกสั้นๆ ว่า พระสูตร เป็นหมวดที่ประมวล พระธรรมเทศนา คำบรรยายธรรม และเรื่องเล่าต่างๆ อันยักเยื้องตามบุคคลและโอกาส เป็นธรรมที่แสดงโดยใช้สมมุติโวหาร คือยกสัตว์ บุคคล กษัตริย์ เทวดา เป็นต้น มาแสดง มีคำสอนทั้งสิ้น ๒๑,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ แบ่งออกเป็น ๕ นิกาย เรียกโดยย่อว่า ที. มะ. สัง. อัง. ขุ. (หัวใจพระสูตร) ได้แก่ทีฆนิกาย
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๙ – ๑๑ หมวดรวบรวมพระสูตรขนาดยาว เช่น ว่าด้วยเรื่องกำเนิดโลก, ลักษณะมหาบุรุษ, และมหาปรินิพพาน เป็นต้น
🔅 สีลขันธวรรค (๑๓ พระสูตร)
🔅 มหาวรรค (๑๐ พระสูตร)
🔅ปาฏิกวรรค (๑๑ พระสูตร)
มัชฌิมนิกาย
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๒ – ๑๔ หมวดรวบรวมพระสูตรขนาดกลาง อธิบายหลักธรรมสำคัญ เช่น อริยมรรค, ปฏิจจสมุปบาท ถือเป็นหมวดที่อธิบายคำสอนไว้อย่างครบถ้วนที่สุด
🔅 มูลปัณณาสก์ (๕๐ พระสูตร)
🔅 มัชฌิมปัณณาสก์ (๕๐ พระสูตร)
🔅 อุปริปัณณาสก์ (๕๒ พระสูตร)
สังยุตตนิกาย
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๕ – ๑๙ หมวดที่จัดกลุ่มพระสูตรตามหัวข้อธรรมที่เกี่ยวข้องกัน เช่น เรื่องขันธ์ ๕, อายตนะ, และอริยสัจ ๔
🔅 สคาถวรรค (ว่าด้วยเรื่องที่มีคาถา)
🔅 นิทานวรรค (ว่าด้วยเหตุปัจจัยและปฏิจจสมุปบาท)
🔅 ขันธวารวรรค (ว่าด้วยเรื่องขันธ์ ๕)
🔅 สฬายตนวรรค (ว่าด้วยอายตนะ ๖)
🔅 มหาวารวรรค (ว่าด้วยหลักธรรมใหญ่ เช่น อริยมรรค)
อังคุตตรนิกาย
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๐ – ๒๔ หมวดที่จัดกลุ่มพระสูตรตามจำนวนหัวข้อธรรม จาก ๑ ถึง ๑๑ เพื่อให้ง่ายต่อการจดจำ
🔅 เอกนิบาต (หมวดธรรมะ ๑ ข้อ)
=== > ทุกนิบาต (หมวดธรรมะ ๒ ข้อ)
=== > ติกนิบาต (หมวดธรรมะ ๓ ข้อ)
🔅 จตุกกนิบาต (หมวดธรรมะ ๔ ข้อ)
🔅 ปัญจกนิบาต (หมวดธรรมะ ๕ ข้อ)
=== > ฉักกนิบาต (หมวดธรรมะ ๖ ข้อ)
🔅สัตตกนิบาต (หมวดธรรมะ ๗ ข้อ)
=== > อัฏฐกนิบาต (หมวดธรรมะ ๘ ข้อ)
=== > นวกนิบาต (หมวดธรรมะ ๙ ข้อ)
🔅 ทสกนิบาต (หมวดธรรมะ ๑๐ ข้อ)
=== > เอกาทสกนิบาต (หมวดธรรมะ ๑๑ ข้อ)
ขุททกนิกาย
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๕ – ๓๓ หมวดรวบรวมธรรมะเบ็ดเตล็ด มีทั้งร้อยแก้วและร้อยกรอง เช่น ธรรมบท, ชาดก, และเถรคาถา
🔅 ขุททกปาฐะ (บทสวดสั้นๆ)
=== > ธรรมบท (คาถาธรรม ๔๒๓ คาถา)
=== > อุทาน (พระคาถาที่ทรงเปล่งด้วยความเบิกบานพระทัย)
=== > อิติวุตตกะ (พระสูตรที่อ้างอิงคำตรัสของพระพุทธเจ้า)
=== > สุตตนิบาต (ชุมนุมพระสูตร)
🔅 วิมานวัตถุ (เรื่องราวของผู้ที่เกิดในสวรรค์)
=== > เปตวัตถุ (เรื่องราวของเปรต)
=== > เถรคาถา (คาถาของพระอรหันตเถระ)
=== > เถรีคาถา (คาถาของพระอรหันตเถรี)
🔅 ชาดก (เรื่องในอดีตชาติของพระโพธิสัตว์)
🔅 นิทเทส (คำอธิบายขยายความพระสูตร)
🔅 ปฏิสัมภิทามรรค (ทางแห่งปัญญาแตกฉาน)
พระอภิธรรมปิฎก
พระอภิธรรมปิฎก หรือเรียกสั้นๆ ว่า พระอภิธรรม เป็นหมวดที่ ประมวลพุทธพจน์อันเกี่ยวกับหลักธรรมที่เป็นวิชาการว่าด้วยเรื่องของปรมัตถธรรมล้วนๆ ยกตัวอย่างเช่นเมื่อกล่าวถึงบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ทางพระอภิธรรมถือว่าบุคคลนั้นไม่มี มีแต่สิ่งซึ่งเป็นที่ประชุมรวมกันของ จิต เจตสิก รูป เท่านั้น ดังนั้น ธรรมะในหมวดนี้จึงไม่มีเรื่องราวของบุคคล เหตุการณ์ หรือสถานที่ซึ่งเป็นสิ่งสมมุติเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเลย พระอภิธรรมปิฎกมีอยู่ทั้งสิ้น ๔๒,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ แบ่งออกเป็น ๗ คัมภีร์ เรียกโดยย่อว่า สัง. วิ. ธา. ปุ. กะ. ยะ. ปะ. (หัวใจพระอภิธรรม) ได้แก่
- เล่มที่ ๓๔ คัมภีร์ธัมมสังคณี
- เล่มที่ ๓๕ คัมภีร์วิภังค์
- เล่มที่ ๓๖ คัมภีร์ธาตุกถา และ คัมภีร์ปุคคลบัญญัติ
- เล่มที่ ๓๗ คัมภีร์กถาวัตถุ
- เล่มที่ ๓๘ – ๓๙ คัมภีร์ยมก
- เล่มที่ ๔๐-๔๕ คัมภีร์ปัฎฐาน
สรุปแล้ว พระอภิธรรมก็คือธรรมะหมวดที่ ๓ ในพระไตรปิฎกที่สอนให้รู้จักธรรมชาติอันแท้จริงที่มีอยู่ในตัวเราและสัตว์ทั้งหลายอันได้แก่ จิต เจตสิก รูป และรู้จักพระนิพพานซึ่งเป็นจุดหมายอันสูงสุดในพระพุทธศาสนา ธรรมชาติทั้ง ๔ คือ จิต เจตสิก รูป นิพพานนี้รวมเรียกว่า ปรมัตถธรรม หากแปลตามศัพท์ คำว่า อภิธัมม หรือ อภิธรรม แปลว่าธรรมอัน ประเสริฐ, ธรรมอันยิ่ง, ธรรมที่มีอยู่แท้จริงปราศจากสมมุติ เนื้อความในพระอภิธรรมเกือบทั้งหมด จะกล่าวถึงปรมัตถธรรม ล้วนๆ โดยไม่มี บัญญัติธรรม (สมมุติโวหาร) เข้ามาเกี่ยวข้อง ดังนั้นจึงควร ทำความเข้าใจไว้ในเบื้องต้นก่อนว่า ปรมัตถธรรม และ บัญญัติธรรม นั้น ต่างกันอย่างไร
0 ความคิดเห็น
โปรดแสดงความคิดเห็นที่สุภาพและสร้างสรรค์🌿🌿