ม.ม.
“มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก”
📖 คลิกที่นี่เพื่อดาวโหลด
ความหมาย“มชฺฌิมปณฺณาสก” (มัด-ชิ-มะ-ปัน-นา-สก) มาจากศัพท์บาลี ๒ คำ คือ “มชฺฌิม” แปลว่า ท่ามกลาง, ปานกลาง และ “ปัณณาสก” แปลว่า กลุ่ม ๕๐ ดังนั้น มัชฌิมปัณณาสก์ จึงหมายถึง “กลุ่ม ๕๐ พระสูตรในท่ามกลาง” ของมัชฌิมนิกาย ซึ่งเป็นปัณณาสก์ที่ ๒ ถัดจากมูลปัณณาสก์ (ประกอบด้วย ๕๐ พระสูตร ตั้งแต่สูตรที่ ๕๑-๑๐๐)
ภาพรวมของพระสูตร มัชฌิมปัณณาสก์เป็นหมวดที่รวบรวมพระสูตรที่มีความหลากหลายอย่างยิ่ง โดยมีจุดเด่นคือเป็นพระสูตรที่แสดงถึงปฏิสัมพันธ์ของพระพุทธองค์กับบุคคลกลุ่มต่างๆ ทั้งคฤหัสถ์, บรรพชิต, และเจ้าลัทธิอื่น พระสูตรเด่นในหมวดนี้ ได้แก่:
- อุปาลิสูตร (ม. ๕๖): ว่าด้วยการโต้วาทะธรรมครั้งสำคัญระหว่างพระพุทธองค์กับอุบาลีคฤหบดี สาวกคนสำคัญของนิครนถ์นาฏบุตร (ศาสดาในศาสนาเชน) ซึ่งจบลงด้วยการที่อุบาลีเกิดความเลื่อมใสอย่างยิ่งและประกาศตนเป็นพุทธมามกะ
- มาคันทิยสูตร (ม. ๗๕): พระสูตรที่ทรงแสดงถึงโทษของกามคุณอย่างเผ็ดร้อน โดยเปรียบเทียบผู้ที่ยังยินดีในกามเหมือนคนโรคเรื้อนที่กำลังเกาแผลอยู่ข้างหลุมถ่านเพลิง เป็นอุปมาที่ทรงพลังอย่างยิ่ง
- อังคุลิมาลสูตร (ม. ๘๖): พระสูตรที่เล่าเรื่องราวอันน่าอัศจรรย์ของมหาโจรนาม “องคุลิมาล” (ผู้มีพวงมาลัยทำจากนิ้วมือคน) ซึ่งพระพุทธองค์ได้ทรงไปโปรดด้วยพระมหากรุณาและพระฤทธานุภาพ จนองคุลิมาลทิ้งดาบขอบวชและได้สำเร็จเป็นพระอรหันต์ในที่สุด เป็นเรื่องราวแห่งการไถ่บาปที่โด่งดังที่สุดเรื่องหนึ่ง
- ชีวกสูตร (ม. ๕๕): ว่าด้วยการที่หมอชีวกโกมารภัจจ์ทูลถามเรื่องการฉันเนื้อของภิกษุ พระพุทธองค์จึงทรงบัญญัติหลัก “ติโกฏิปริสุทธิ์” คือเนื้อที่บริสุทธิ์ ๓ ส่วน (ไม่เห็น ไม่ได้ยิน ไม่ได้รังเกียจว่าเขาฆ่ามาเพื่อตน) ซึ่งเป็นหลักปฏิบัติของพระสงฆ์มาจนปัจจุบัน
- ทีฆนขสูตร (ม. ๗๔): พระสูตรที่ทรงแสดงแก่ปริพาชกชื่อทีฆนขะ ว่าด้วยการไม่ยึดมั่นในทิฏฐิทั้งปวง ซึ่งในขณะที่ทรงแสดงธรรมนั้น พระสารีบุตรซึ่งกำลังถวายงานพัดอยู่ได้ส่งกระแสจิตตามและได้บรรลุเป็นพระอรหันต์ ณ ที่นั้นเอง

0 ความคิดเห็น
โปรดแสดงความคิดเห็นที่สุภาพ🙏