ขุ.ขุ.
“ขุททกนิกาย ขุททกปาฐ”
รูปแบบของคัมภีร์ ขุททกปาฐเป็นคัมภีร์ลำดับแรกสุดในหมวดขุททกนิกาย ประกอบด้วยบทสวดและพระสูตรสั้นๆ ที่สำคัญ ๙ บท คือ:
- ๑. สรณคมนปาฐ: บทว่าด้วยการถึงสรณะ หรือการเปล่งวาจาขอถึงพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง (พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามิ…)
- ๒. ทสสิกขาบท: สิกขาบทหรือข้อปฏิบัติ ๑๐ ประการสำหรับสามเณร (ปาณาติปาตา เวรมณี…)
- ๓. ทวัตติงสาการ: บทว่าด้วยอาการ ๓๒ คือการพิจารณาส่วนประกอบของร่างกาย ๓๒ อย่าง (เช่น เกสา โลมา นขา ทันตา ตโจ…) เพื่อให้เห็นความไม่งามและคลายความยึดมั่น
- ๔. กุมารปัญหา: คำถามสำหรับเด็กหรือสามเณร เป็นการถามตอบปัญหาธรรมะสั้นๆ เกี่ยวกับธรรมะหมวด ๑ ถึง ๑๐
- ๕. มงคลสูตร: พระสูตรว่าด้วยมงคลอันสูงสุด ๓๘ ประการ ที่นำความสุขความเจริญมาให้ เริ่มตั้งแต่การไม่คบคนพาล ไปจนถึงการมีจิตเกษม (เป็นพระสูตรที่คนไทยนิยมสวดอย่างแพร่หลาย)
- ๖. รตนสูตร: พระสูตรที่พรรณนาคุณของพระรัตนตรัย คือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ถือเป็นพระปริตรที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับสวดเพื่อขจัดภยันตราย
- ๗. ติโรกุฑฑสูตร: พระสูตรที่ว่าด้วยการอุทิศส่วนบุญให้แก่เปรตหรือผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว
- ๘. นิธิกัณฑสูตร: พระสูตรที่ว่าด้วยการฝังขุมทรัพย์ โดยเปรียบเทียบว่าการสร้างบุญกุศลคือการฝังขุมทรัพย์ที่แท้จริงซึ่งติดตามตนไปได้ทุกที่
- ๙. กรณียเมตตสูตร: พระสูตรว่าด้วยกิจที่ควรทำของผู้ฉลาดในการเจริญเมตตา เป็นบทสวดที่เป็นหัวใจของการแผ่เมตตา
ความสำคัญ คือเป็นบทสรุปคำสอนพื้นฐาน ตั้งแต่การประกาศตนเป็นชาวพุทธ (ถึงสรณะ) การรักษาศีล การเจริญภาวนา (พิจารณาร่างกาย, แผ่เมตตา) ไปจนถึงการปฏิบัติตนให้เกิดมงคลแก่ชีวิต (มงคลสูตร)
ขุ.ธ.
“ขุททกนิกาย ธมฺมปท”
ธัมมปทเป็นคัมภีร์ลำดับที่ ๒ ในหมวดขุททกนิกาย และเป็นคัมภีร์ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมแพร่หลายมากที่สุดในโลกเล่มหนึ่งของพระพุทธศาสนา ประกอบด้วยพระคาถาที่พระพุทธองค์ทรงแสดงในวาระต่างๆ รวมทั้งสิ้น ๔๒๓ คาถา โดยแบ่งเนื้อหาออกเป็น ๒๖ วรรค ตามเนื้อหาของคาถานั้นๆ เช่น:
- ยมกวรรค (หมวดคู่): ว่าด้วยธรรมะที่เป็นคู่ตรงข้ามกัน ขึ้นต้นด้วยคาถาที่โด่งดังที่สุดบทหนึ่งว่า “มโนปุพฺพงฺคมา ธมฺมา…” (ธรรมทั้งหลายมีใจเป็นหัวหน้า)
- อัปปมาทวรรค (หมวดความไม่ประมาท): ว่าด้วยคุณค่าของสติและความไม่ประมาท
- จิตตวรรค (หมวดจิต): ว่าด้วยธรรมชาติของจิตที่ฝึกได้ยาก แต่เมื่อฝึกดีแล้วย่อมนำสุขมาให้
- ปุปผวรรค (หมวดดอกไม้): ว่าด้วยการเปรียบเทียบชีวิตกับการเลือกสรรดอกไม้
- พาลวรรค (หมวดคนพาล) และ บัณฑิตวรรค (หมวดบัณฑิต): ว่าด้วยลักษณะของคนพาลและบัณฑิต
- ตัณหาวรรค (หมวดตัณหา): ว่าด้วยโทษของตัณหาและหนทางดับสิ้นตัณหา
ความสำคัญ ในคัมภีร์อรรถกถา (ธัมมปทัฏฐกถา) จะมีเรื่องราวประกอบว่า พระพุทธองค์ทรงเปล่งคาถาแต่ละบทขึ้นในสถานการณ์ใด เพื่อสอนบุคคลใด ซึ่งช่วยให้เข้าใจความหมายของคาถาได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
ขุ.อุ.
“ขุททกนิกาย อุทาน”
อุทานเป็นคัมภีร์ลำดับที่ ๓ ในหมวดขุททกนิกาย ประกอบด้วยพระสูตร ๘๐ สูตร แบ่งเป็น ๘ วรรค วรรคละ ๑๐ สูตร มีโครงสร้างคือ:
- ๑. ส่วนที่เป็น ร้อยแก้ว: จะขึ้นต้นด้วยการเล่าเรื่องราวหรือเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น ซึ่งพระพุทธองค์ได้ทรงประสบหรือทอดพระเนตรเห็น เป็นการปูพื้นและสร้างบริบทให้กับคำสอน
- ๒. ส่วนที่เป็น ร้อยกรอง (คาถา): เมื่อเรื่องราวดำเนินมาถึงจุดที่สำคัญที่สุด พระองค์จะทรงเปล่ง “พระคาถาอุทาน” ออกมา ซึ่งเป็นบทสรุปเชิงสัจธรรมที่สะท้อนจากเหตุการณ์นั้นๆ พระคาถานี้ถือเป็นหัวใจของแต่ละพระสูตร
ความสำคัญ คือถ้อยคำของพระศาสดา เป็นการบันทึกช่วงเวลาที่สัจธรรมปรากฏขึ้นอย่างแจ่มชัดท่ามกลางเหตุการณ์ต่างๆ
ขุ.อิติ.
“ขุทฺทกนิกาย อิติวุตฺตก”
อิติวุตตกะเป็นคัมภีร์ลำดับที่ ๔ ในหมวดขุททกนิกาย ประกอบด้วยพระสูตรสั้นๆ จำนวน ๑๑๒ สูตร แบ่งออกเป็น ๔ นิบาต ตามจำนวนหัวข้อธรรม คือ เอกนิบาต (หมวด ๑), ทุกนิบาต (หมวด ๒), ติกนิบาต (หมวด ๓), และจตุกกนิบาต (หมวด ๔) เอกลักษณ์สำคัญที่สุดของคัมภีร์นี้คือ ทุกพระสูตรจะมีโครงสร้าง ๒ ส่วนเสมอ คือ:
- ๑. ส่วนร้อยแก้ว (วาทะ): เป็นการบรรยายเนื้อหาหลักของคำสอน
- ๒. ส่วนร้อยกรอง (คาถา): เป็นบทประพันธ์ที่สรุปย้ำ หรือขยายความเนื้อหาในส่วนร้อยแก้วอีกครั้งหนึ่ง
ตามประวัติในอรรถกถา คัมภีร์นี้มีความพิเศษคือ เป็นพระธรรมที่ นางขุชชุตตรา อุบาสิกาผู้รับใช้ในวังของพระเจ้าอุเทนแห่งกรุงโกสัมพี ได้ไปฟังจากพระพุทธองค์แล้วนำมาแสดงแก่พระนางสามาวดีและบริวารอีก ๕๐๐ นางในวังให้ได้ฟังตามทุกครั้งไป นางขุชชุตตราได้รับการยกย่องจากพระพุทธองค์ว่าเป็นเอตทัคคะในฝ่ายอุบาสิกาผู้เป็นพหูสูต
ความสำคัญ อิติวุตตกะเป็นแหล่งรวบรวมพระธรรมเทศนาที่สั้น กระชับ และตรงไปตรงมา ในรูปแบบที่มีทั้งร้อยแก้วและร้อยกรองช่วยให้เนื้อหาทั้งเข้าใจง่ายและจดจำได้แม่นยำ
ขุ.ส.
“ขุททกนิกาย สุตฺตนิปาต”
สุตตนิปาตเป็นคัมภีร์ลำดับที่ ๕ ในหมวดขุททกนิกาย และได้รับการยอมรับจากนักวิชาการว่าเป็นหนึ่งในคัมภีร์ที่มีความเก่าแก่ที่สุดในพระไตรปิฎก แสดงให้เห็นถึงรูปแบบคำสอนในยุคแรกเริ่มของพระพุทธศาสนา เนื้อหาส่วนใหญ่เป็นบท ร้อยกรอง ที่เน้นย้ำถึงอุดมคติแห่งการไม่ยึดติด, การใช้ชีวิตอย่างสันโดษ และการปฏิบัติเพื่อความสิ้นกิเลส คัมภีร์นี้แบ่งออกเป็น ๕ วรรค คือ:
- ๑. อุรควรรค (หมวดว่าด้วยงู) มี ๑๒ สูตร ที่โดดเด่นคือ ขัคควิสาณสูตร (ว่าด้วยการทำตนดังนอแรด) และมุนีสูตร (ว่าด้วยข้อปฏิบัติของมุนี)
- ๒. จูฬวรรค (หมวดเล็ก) มี ๑๔ สูตร ซึ่งรวบรวมพระสูตรที่คนไทยคุ้นเคยที่สุดไว้หลายบท เช่น รตนสูตร, มงคลสูตร, และกรณียเมตตสูตร (ซึ่งปรากฏในขุททกปาฐด้วย)
- ๓. มหาวรรค (หมวดใหญ่) มี ๑๒ สูตร ประกอบด้วยพระสูตรสำคัญที่เล่าถึงพุทธประวัติ เช่น ปัพพัชชาสูตร (ว่าด้วยการออกบวช) และปธานสูตร (ว่าด้วยการทำความเพียร)
- ๔. อัฏฐกวรรค (หมวดว่าด้วยธรรม ๘ อย่าง) เป็นวรรคที่เก่าแก่และลึกซึ้งมาก มี ๑๖ สูตร เน้นการไม่ยึดมั่นในทิฏฐิและปรัชญาทั้งปวง วรรคนี้เป็นเนื้อหาที่พระสารีบุตรนำไปขยายความในคัมภีร์ “มหานิทเทส“
- ๕. ปารายนวรรค (หมวดว่าด้วยทางไปสู่ฝั่งโน้น) เป็นวรรคสุดท้าย มี ๑๖ สูตร ว่าด้วยการที่มาณพ ๑๖ คนทูลถามปัญหาอันลึกซึ้งต่อพระพุทธเจ้า วรรคนี้เป็นเนื้อหาที่พระสารีบุตรนำไปขยายความในคัมภีร์ “จูฬนิทเทส“