ใน หมวด ๑ มนุสสิตถี นั้นเถิด
หมวด ๒. อมนุสสิตถี ๒๗ จตุกกะ
อมนุสสิตถี สุทธิกะจตุกกะ พวกภิกษุผู้เป็นข้าศึก พาอมนุษย์ผู้หญิง ...
อมนุษย์ผู้หญิงผู้ตื่น ...
ผู้หลับ ...
ผู้เมา ...
ผู้วิกลจริต ...
ผู้เผลอสติ ...
ผู้ตายแล้วยังไม่ถูกสัตว์กัด ...
ผู้ตายแล้วยังไม่ถูกสัตว์กัดโดยมากมาในสำนักภิกษุ แล้ว
ให้ทับองค์กำเนิดด้วยวัจจมรรค ...
ให้คร่อมองค์กำเนิดด้วยปัสสาวมรรค ...
ให้อมองค์กำเนิดด้วยปาก
ถ้าเธอยินดีการเข้าไป ... ต้องอาบัติปาราชิก ...
อมนุษย์ผู้หญิงผู้ตายแล้วถูกสัตว์กัดโดยมาก... ต้องอาบัติถุลลัจจัย
ถ้าไม่ยินดี ... ไม่ต้องอาบัติ ฯลฯ
หมวดอมนุสสิตถี ๒๗ จตุกกะ จบ
หมวด ๓. ติรัจฉานคติตถี ๒๗ จตุกกะ
ติรัจฉานคติตถี สุทธิกะจตุกกะ พวกภิกษุผู้เป็นข้าศึก พาสัตว์ดิรัจฉานตัวเมีย ...
สัตว์ดิรัจฉานตัวเมียผู้ตื่น ...
ผู้หลับ ...
ผู้เมา ...
ผู้วิกลจริต ...
ผู้เผลอสติ ...
ผู้ตายไปแล้วยังไม่ถูกสัตว์กัด ...
ผู้ตายแล้วยังไม่ถูกสัตว์กัดโดยมาก มาในสำนักภิกษุ แล้ว
ให้ทับองค์กำเนิดด้วยวัจจมรรค ...
ให้คร่อมองค์กำเนิดด้วยปัสสาวมรรค ...
ให้ อมองค์กำเนิดด้วยปาก
ถ้าเธอยินดีการเข้าไป ... ต้องอาบัติปาราชิก ...
สัตว์ดิรัจฉานตัวเมียผู้ตายแล้ว ถูกสัตว์กัดโดยมาก ... ต้องอาบัติถุลลัจจัย
ถ้าไม่ยินดี ... ไม่ต้องอาบัติ ฯลฯ
หมวดติรัจฉานคติตถี ๒๗ จตุกกะ จบ.
หมวด ๔. มนุสสะอุภโตพยัญชนก ๒๗
จตุกกะ มนุสสะอุภโตพยัญชนก สุทธิกะจตุกกะ พวกภิกษุผู้เป็นข้าศึก พามนุษย์อุภโตพยัญชนก ...
มนุษย์อุภโตพยัญชนก ผู้ตื่น ...
ผู้หลับ ...
ผู้เมา ...
ผู้วิกลจริต ...
ผู้เผลอสติ ...
ผู้ตายแล้วยังไม่ถูกสัตว์กัด ...
ผู้ตายแล้วยังไม่ถูกสัตว์กัดโดยมาก มาในสำนักภิกษุ แล้วให้
ทับองค์กำเนิดด้วยวัจจมรรค ...
ให้คร่อมองค์กำเนิดด้วยปัสสาวมรรค ...
ให้ อมองค์กำเนิดด้วยปาก ...
ถ้าเธอยินดีการเข้าไป ... ต้องอาบัติปาราชิก ...
มนุษย์อุภโตพยัญชนกผู้ตาย แล้วถูกสัตว์กัดโดยมาก ... ต้องอาบัติถุลลัจจัย
ถ้าไม่ยินดี ... ไม่ต้องอาบัติ ฯลฯ
หมวดมนุสสะอุภโตพยัญชนก ๒๗ จตุกกะ จบ.
หมวด ๕. อมนุสสะอุภโตพยัญชนก ๒๗ จตุกกะ
อมนุสสะอุภโตพยัญชนก สุทธิกะจตุกกะพวกภิกษุผู้เป็นข้าศึก พาอมนุษย์อุภโตพยัญชนก ...
อมนุษย์อุภโตพยัญชนกผู้ตื่น ...
ผู้หลับ ...
ผู้เมา ...
ผู้วิกลจริต ...
ผู้เผลอสติ ...
ผู้ตายแล้วยังไม่ถูกสัตว์กัด ...
ผู้ตายแล้วยังไม่ถูกสัตว์กัดโดยมาก มาในสำนักภิกษุ แล้ว
ให้ทับองค์กำเนิดด้วยวัจจมรรค ...
ให้คร่อมองค์กำเนิดด้วยปัสสาวมรรค ...
ให้อมองค์กำเนิดด้วยปาก
ถ้าเธอยินดีการเข้าไป ... ต้องอาบัติปาราชิก ...
อมนุษย์อุภโตพยัญชนก ผู้ตายแล้วถูกสัตว์กัดโดยมาก ... ต้องอาบัติถุลลัจจัย
ถ้าไม่ยินดี ... ไม่ต้องอาบัติ ฯลฯ
หมวดอมนุสสะอุภโตพยัญชนก ๒๗ จตุกกะ จบ.
หมวด ๖. ติรัจฉานคตะอุภโตพยัญชนก ๒๗ จตุกกะ
ดิรัจฉานคตะอุภโตพยัญชนก สุทธิกะจตุกกะ พวกภิกษุผู้เป็นข้าศึก พาสัตว์ดิรัจฉานอุภโตพยัญชนก ...
สัตว์ดิรัจฉานอุภโตพยัญชนก ผู้ตื่น ...
ผู้หลับ ...
ผู้เมา ...
ผู้วิกลจริต ...
ผู้เผลอสติ ...
ผู้ตายแล้วยังไม่ถูกสัตว์กัด ...
ผู้ตายแล้วยังไม่ถูก สัตว์กัดโดยมาก มาในสำนักภิกษุ แล้ว
ให้ทับองค์กำเนิดด้วยวัจจมรรค ...
ให้คร่อมองค์กำเนิดด้วย ปัสสาวมรรค ...
ให้อมองค์กำเนิดด้วยปาก
ถ้าเธอยินดีการเข้าไป ... ต้องอาบัติปาราชิก ...
สัตว์ดิรัจฉานอุภโตพยัญชนกผู้ตายแล้วถูกสัตว์กัดโดยมาก ...ต้องอาบัติถุลลัจจัย
ถ้าไม่ยินดี ... ไม่ต้องอาบัติ ฯลฯ
หมวดติรัจฉานคตะอุภโตพยัญชนก ๒๗ จตุกกะ จบ.
กรณีศีกษาความต่าง
ถามว่า ระหว่าง มตเยภุยยะอักขายิตะ (ศพถูกกินบ้าง) กับ มตเยภุยยะขายิตะ (ศพถูกกินมาก) ทำไมจึงปรับอาบัติต่างกัน?
ตอบว่า ตามอรรถกถา (สมันตปาสาทิกา) ท่านได้จำแนกความแตกต่างของสภาพศพทั้ง ๒ ประเภทนี้ โดยใช้เกณฑ์ "ความสมบูรณ์ของทวาร" และ "ปริมาณเนื้อที่เหลืออยู่" ดังนี้
๑. มตเยภุยยะอักขายิตะ
๑. มตเยภุยยะอักขายิตะ
- นิยามทางอรรถกถา: หมายถึง ศพที่ถูกสัตว์กัดกินไปเพียงบางส่วน แต่ส่วนที่ยังไม่ถูกกัดกินมีมากกว่า
- เกณฑ์ตัดสิน: ทวาร (หนัก, เบา หรือปาก) ยังมีสภาพเนื้อขอบทวารสมบูรณ์ครบถ้วนทั้งรอบวง
- ระดับการสอดใส่: เมื่อภิกษุสอดใส่องคกำเนิดเข้าไป แม้เพียง "ชั่วเมล็ดงา" ในทวารที่ยังมีสภาพเนื้อสมบูรณ์นั้น และมีความยินดี ย่อมต้องอาบัติ ปาราชิก ทันที เพราะถือว่าการเสพเมถุนเกิดขึ้นสมบูรณ์บนวัตถุที่ยังมีสภาพเป็นทวารอยู่
- นิยามทางอรรถกถา: หมายถึง ศพที่ถูกสัตว์กัดกินไปเป็นส่วนมาก จนส่วนที่ถูกกินมีมากกว่าส่วนที่เหลือ
- เกณฑ์ตัดสิน: ท่านระบุว่า ทวารทั้ง ๓ ถูกทำลายไปแล้วโดยมาก เช่น เนื้อขอบทวารหายไปจนไม่เป็นวง ซากศพเหลือไม่ถึงครึ่งตัว (ขาดกลางตัว หรือเนื้อหายไปจนเห็นกระดูก)
- ระดับการสอดใส่: เมื่อช่องทางทวาร ถูกทำลายไปจนมีสภาพความเป็นทวารไม่สมบูรณ์ การสอดใส่เข้าไปจึงไม่จัดว่าเป็นเมถุนธรรมที่สมบูรณ์ แต่เนื่องจากภิกษุมีจิตคิดจะเสพ และได้กระทำการล่วงเกินในซากศพนั้น ท่านจึงปรับอาบัติหนักรองลงมาคือ ถุลลัจจัย
สรุปบทภาชนีย์ อสันถตภาณวาร
หมวดที่ว่าด้วยการถูกต้องสัมผัสโดยตรง (แบบไม่มีอะไรคั่น)
๑. วัตถุในการละเมิด (๖ หมวด)
กลุ่มเพศหญิงแท้
- ๑. มนุสสิตถี (มนุษย์หญิง)
- ๒. อมนุสสิตถี (อมนุษย์หญิง)
- ๓. ติรัจฉานคติตถี (สัตว์ตัวเมีย)
กลุ่ม ๒ เพศ (อุภโตพยัญชนก)
- ๔. มนุสสะอุภโตพยัญชนก
- ๕. อมนุสสะอุภโตพยัญชนก
- ๖. ติรัจฉานตะอุภโตพยัญชนก
๒. การจำแนกตามทวารและสภาวะ
ทวารทั้ง ๓: ทางทวารหนัก, ทางทวารเบา, ทางทวารปาก
สภาวะ ๙ อย่าง:
๑. สุทธิกะ (ปกติ)
๒. ชาครันติ (ตื่น)
๓. สุตตะ (หลับ)
๔. มัตตะ (เมา)
๕. อุมมัตตะ (บ้า)
๖. ปมัตตะ (เผลอ)
๗. มตอักขายิตะ (ศพใหม่)
๘. มตเยภุยยะอักขายิตะ (ศพถูกกินบ้าง)
๙. มตเยภุยยะขายิตะ (ศพถูกกินมาก)
รวมทั้งสิ้นในเพศหญิง: ๖ x (๓ x ๙) = ๑๖๒ จตุกกะ
๓. สรุปผลของอาบัติ
| ประเภทอาบัติ | จำนวนอาการ | เงื่อนไข / สภาวะ |
|---|---|---|
| ปาราชิก | ๕๗๖ | มีความยินดี (ในทวารใดทวารหนึ่ง) |
| ถุลลัจจัย | ๗๒ | ซากศพที่มีสภาพเหลือไม่ถึงครึ่งตัว |
| ไม่ต้องอาบัติ | ๑๖๒ | ไม่มีความยินดี (ทั้ง ๓ กาล) |
0 ความคิดเห็น
โปรดแสดงความคิดเห็นที่สุภาพและสร้างสรรค์🌿🌿