
๘. อมนุสสะปัณฑกะ
พวกภิกษุผู้เป็นข้าศึก พาอมนุษย์บัณเฑาะก์ ... อมนุษย์บัณเฑาะก์ผู้ตื่น ... ผู้หลับ ... ผู้เมา ... ผู้วิกลจริต ... ผู้เผลอสติ ... ผู้ตายแล้วยังไม่ถูกสัตว์กัด ... ผู้ตายแล้วยังไม่ถูกสัตว์กัดโดยมาก มาในสำนักภิกษุ แล้วให้ยอนวัจจมรรคด้วยองค์กำเนิด ... ให้ยอนปากด้วยองค์กำเนิดคือของอมนุษย์บัณเฑาะก์มีเครื่องลาด ... ถ้าเธอยินดีการเข้าไป ... ต้องอาบัติปาราชิก ... อมนุษย์บัณเฑาะก์ ผู้ตายแล้วถูกสัตว์กัดโดยมาก ... ต้องอาบัติถุลลัจจัย
ถ้าไม่ยินดี ... ไม่ต้องอาบัติ.
ฯลฯ ฯลฯ ฯลฯ
คือของสัตว์ดิรัจฉานบัณเฑาะก์ มีเครื่องลาด ... ถ้าเธอยินดีการเข้าไป ... ต้องอาบัติปาราชิก ... สัตว์ดิรัจฉานบัณเฑาะก์ ผู้ตายแล้วถูกสัตว์กัดโดยมาก ... ต้องอาบัติถุลลัจจัย
ถ้าไม่ยินดี ... ไม่ต้องอาบัติ.
❃
๙. หมวดติรัจฉานคตะปัณฑกะ
พวกภิกษุผู้เป็นข้าศึก พาสัตว์ดิรัจฉานบัณเฑาะก์ ... สัตว์ดิรัจฉานบัณเฑาะก์ผู้ตื่น ... ผู้หลับ ... ผู้เมา ... ผู้วิกลจริต ... ผู้เผลอสติ ... ผู้ตายแล้วยังไม่ถูกสัตว์กัด ... ผู้ตายแล้วยังไม่ถูกสัตว์กัดโดยมาก มาในสำนักภิกษุ แล้วให้ยอนวัจจมรรคด้วยองค์กำเนิด ...ให้ยอนปากด้วยองค์กำเนิดคือของสัตว์ดิรัจฉานบัณเฑาะก์ มีเครื่องลาด ... ถ้าเธอยินดีการเข้าไป ... ต้องอาบัติปาราชิก ... สัตว์ดิรัจฉานบัณเฑาะก์ ผู้ตายแล้วถูกสัตว์กัดโดยมาก ... ต้องอาบัติถุลลัจจัย
ถ้าไม่ยินดี ... ไม่ต้องอาบัติ.
ฯลฯ ฯลฯ ฯลฯ
คือของมนุษย์ผู้ชายมีเครื่องลาด ... ถ้าเธอยินดีการเข้าไป ... ต้องอาบัติปาราชิก ... มนุษย์ผู้ชาย ผู้ตายแล้วถูกสัตว์กัดโดยมาก ... ต้องอาบัติถุลลัจจัย
ถ้าไม่ยินดี ... ไม่ต้องอาบัติ.
ฯลฯ ฯลฯ ฯลฯ
❃
๑๐. หมวดมนุสสะปุริสะ
พวกภิกษุผู้เป็นข้าศึก พามนุษย์ผู้ชาย ... มนุษย์ผู้ชายผู้ตื่น ... ผู้หลับ ... ผู้เมา ... ผู้วิกลจริต ... ผู้เผลอสติ ... ผู้ตายแล้วยังไม่ถูกสัตว์กัด ... ผู้ตายแล้วยังไม่ถูกสัตว์กัดโดยมาก มาในสำนักภิกษุ แล้วให้ยอนวัจจมรรคด้วยองค์กำเนิด ... ให้ยอนปากด้วยองค์กำเนิดคือของมนุษย์ผู้ชายมีเครื่องลาด ... ถ้าเธอยินดีการเข้าไป ... ต้องอาบัติปาราชิก ... มนุษย์ผู้ชาย ผู้ตายแล้วถูกสัตว์กัดโดยมาก ... ต้องอาบัติถุลลัจจัย
ถ้าไม่ยินดี ... ไม่ต้องอาบัติ.
ฯลฯ ฯลฯ ฯลฯ
❃
๑๑. หมวดอมนุสสะปุริสะ
พวกภิกษุผู้เป็นข้าศึก พาอมนุษย์ผู้ชาย ... อมนุษย์ผู้ชายผู้ตื่น ... ผู้หลับ ... ผู้เมา ... ผู้วิกลจริต
... ผู้เผลอสติ ... ผู้ตายแล้วยังไม่ถูกสัตว์กัด ... ผู้ตายแล้วยังไม่ถูกสัตว์กัดโดยมาก มาในสำนักภิกษุ
แล้วให้ยอนวัจจมรรคด้วยองค์กำเนิด ... ให้ยอนปากด้วยองค์กำเนิด
คือของอมนุษย์ผู้ชายมีเครื่องลาด ... ถ้าเธอยินดีการเข้าไป ... ต้องอาบัติปาราชิก ... อมนุษย์ผู้ชาย ผู้ตายแล้วถูกสัตว์กัดโดยมาก ... ต้องอาบัติถุลลัจจัย
ถ้าไม่ยินดี ... ไม่ต้องอาบัติ.
คือของอมนุษย์ผู้ชายมีเครื่องลาด ... ถ้าเธอยินดีการเข้าไป ... ต้องอาบัติปาราชิก ... อมนุษย์ผู้ชาย ผู้ตายแล้วถูกสัตว์กัดโดยมาก ... ต้องอาบัติถุลลัจจัย
ถ้าไม่ยินดี ... ไม่ต้องอาบัติ.
ฯลฯ ฯลฯ ฯลฯ
คือของสัตว์ดิรัจฉานตัวผู้ มีเครื่องลาด ... ถ้าเธอยินดีการเข้าไป ... ต้องอาบัติปาราชิก ... สัตว์ดิรัจฉานตัวผู้ ผู้ตายแล้วถูกสัตว์กัดโดยมาก ... ต้องอาบัติถุลลัจจัย
ถ้าไม่ยินดี ... ไม่ต้องอาบัติ.
❃
๑๒. หมวดติรัจฉานคตะปุริสะ
พวกภิกษุผู้เป็นข้าศึก พาสัตว์ดิรัจฉานตัวผู้ ... สัตว์ดิรัจฉานตัวผู้ ผู้ตื่น ... ผู้หลับ ... ผู้เมา ... ผู้วิกลจริต ... ผู้เผลอสติ ... ผู้ตายแล้วยังไม่ถูกสัตว์กัด ... ผู้ตายแล้วยังไม่ถูกสัตว์กัดโดยมาก มาในสำนักภิกษุ แล้วให้ยอนวัจจมรรคด้วยองค์กำเนิด ... ให้ยอนปากด้วยองค์กำเนิดคือของสัตว์ดิรัจฉานตัวผู้ มีเครื่องลาด ... ถ้าเธอยินดีการเข้าไป ... ต้องอาบัติปาราชิก ... สัตว์ดิรัจฉานตัวผู้ ผู้ตายแล้วถูกสัตว์กัดโดยมาก ... ต้องอาบัติถุลลัจจัย
ถ้าไม่ยินดี ... ไม่ต้องอาบัติ.
ฯลฯ ฯลฯ ฯลฯ
สรุปหมวดเพศชาย
❃
[๔๔] พวกภิกษุผู้เป็นข้าศึก เราให้พิสดารแล้วฉันใด พวกพระราชาผู้เป็นข้าศึก พวกโจรผู้เป็นข้าศึก พวกนักเลงผู้เป็นข้าศึก พวกมนุษย์ผู้ตัดหัวโจรผู้เป็นข้าศึก บัณฑิตพึงให้พิสดารฉันนั้น. (ความพิสดาร พึงทราบตามนัยที่กล่าวแล้วในเบื้องต้น)
[๔๕] ภิกษุสอดองค์กำเนิดเข้ามรรคทางมรรค ต้องอาบัติปาราชิก (วัจจ์,ปัสส์,ปาก)
สอดองค์กำเนิดเข้าอมรรคทางมรรค ๑ ต้องอาบัติปาราชิก (เข้าทางมรรคแต่ไปอยู่ในช่องทางอื่น)
สอดองค์กำเนิดเข้ามรรคทางอมรรค ๒ ต้องอาบัติปาราชิก (เข้าช่องทางอื่นแต่ไปแตะถึงมรรค)
สอดองค์กำเนิดเข้าอมรรคทางอมรรค ๓ ต้องอาบัติถุลลัจจัย. (เช่นการเสียดสี ตามง่ามแขน,ขา)
[๔๖] ภิกษุปฏิบัติผิดในภิกษุผู้หลับ เธอตื่นขึ้นแล้วยินดี พระวินัยธรพึงนาสนะเสียทั้งสองรูป เธอตื่นขึ้นแล้วไม่ยินดี พระวินัยธรพึงนาสนะภิกษุผู้ประทุษร้าย
[๔๖] ภิกษุปฏิบัติผิดในภิกษุผู้หลับ เธอตื่นขึ้นแล้วยินดี พระวินัยธรพึงนาสนะเสียทั้งสองรูป เธอตื่นขึ้นแล้วไม่ยินดี พระวินัยธรพึงนาสนะภิกษุผู้ประทุษร้าย
ภิกษุปฏิบัติผิดในสามเณรผู้หลับ เธอตื่นขึ้นแล้วยินดี พระวินัยธรพึงนาสนะเสียทั้งสองรูป เธอตื่นขึ้นแล้วไม่ยินดี พระวินัยธรพึงนาสนะภิกษุผู้ประทุษร้าย
สามเณรปฏิบัติผิดในภิกษุผู้หลับ เธอตื่นขึ้นแล้วยินดี พระวินัยธรพึงนาสนะเสียทั้งสองรูป เธอตื่นขึ้นแล้วไม่ยินดี พระวินัยธรพึงนาสนะสามเณรผู้ประทุษร้าย
สามเณรปฏิบัติผิดในสามเณรผู้หลับ เธอตื่นขึ้นแล้วยินดี พระวินัยธรพึงนาสนะเสียทั้งสองรูป เธอตื่นขึ้นแล้วไม่ยินดี พระวินัยธรพึงนาสนะสามเณรผู้ประทุษร้าย.
อนาปัตติวาร (ข้อยกเว้นที่ทำให้ไม่ต้องอาบัติ)
[๔๗] ภิกษุไม่รู้สึกตัว ๑ ภิกษุวิกลจริต ๑ ภิกษุมีจิตฟุ้งซ่าน ๑ ภิกษุผู้กระสับกระส่ายเพราะเวทนา ๑ ภิกษุอาทิกัมมิกะ ๑ เหล่านี้ ไม่ต้องอาบัติ.
สันถตภาณวาร จบ.
สรุปหมวดเพศชาย
ว่าด้วยการถูกต้องสัมผัส (แบบมีคั่น)
๑. วัตถุในการละเมิด (๖ หมวด)
กลุ่มปัณฑกะ
- ๑. มนุสสะปัณฑกะ (มนุษย์กะเทย)
- ๒. อมนุสสะปัณฑกะ (อมนุษย์กะเทย)
- ๓. ติรัจฉานคตะปัณฑกะ (สัตว์กะเทย)
กลุ่มเพศชาย
- ๔. มนุสสะปุริสะ (ผู้ชาย)
- ๕. อมนุสสะปุริสะ (อมนุษย์ผู้ชาย)
- ๖. ติรัจฉานคตะปุริสะ (สัตว์ตัวผู้)
๒. การจำแนกตามทวารและสภาวะ
ทวาร ๒: ทางทวารหนัก, ทางทวารปาก
สภาวะ ๙ อย่าง:
๑. สุทธิกะ (ปกติ)
๒. ชาครันติ (ตื่น)
๓. สุตตะ (หลับ)
๔. มัตตะ (เมา)
๕. อุมมัตตะ (บ้า)
๖. ปมัตตะ (เผลอ)
๗. มตอักขายิตะ (ศพใหม่)
๘. มตเยภุยยะอักขายิตะ (ศพถูกกินบ้าง)
๙. มตเยภุยยะขายิตะ (ศพถูกกินมาก)
รวมทั้งสิ้นในเพศกะเทย,ชาย: ๖ x (๒ x ๙) = ๑๐๘ จตุกกะ
๓. สรุปผลของอาบัติ
| ประเภทอาบัติ | จำนวนอาการ | เงื่อนไข / สภาวะ |
|---|---|---|
| ปาราชิก | ๓๘๔ | มีความยินดี ในทวารใดทวารหนึ่ง |
| ถุลลัจจัย | ๔๘ | ซากศพที่มีสภาพเหลือไม่ถึงครึ่งตัว (ทวารไม่สมบูรณ์) |
| ไม่ต้องอาบัติ | ๑๐๘ | ไม่มีความยินดีทั้ง ๓ กาล |
0 ความคิดเห็น
โปรดแสดงความคิดเห็นที่สุภาพและสร้างสรรค์🌿🌿