บทความ

หมอชีวกโกมารภัจจ์

รูปภาพ
🔺 แพทย์ประจำพระพุทธเจ้า ชื่อเดิม ชีวกโกมารภัจจ์ สถานที่ประสูติ กรุงราชคฤห์ ตำแหน่ง แพทย์ประจำพระพุทธเจ้า เอตทัคคะ ผู้เป็นที่รักของปวงชน อาจารย์ พระอาจารย์แห่งกรุงตักกสิลา ฐานะเดิม ชาวเมือง ราชคฤห์ นามพระบิดา พระเจ้าอภัยราชกุมาร นามพระมารดา นางสาลวดี วรรณะเดิม กษัตริย์ ราชวงศ์ หารยังกะ การศึกษา วิชาแพทย์ สถานที่รำลึก ชีวกัมพวัน โรงพยาบาลสงฆ์แห่งแรกของโลก หมอ ชีวกโกมารภัจจ์ (อ่านว่า ชี-วะ-กะ-โก-มา-ระ-พัด) บรมครูแห่งการแพทย์แผนโบราณ เป็นบุคคลที่มีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนา เรื่องราวขีวิตของท่านมีกล่าวไว้ในพระไตรปิฎกและคัมภีร์อรรถกถา ตลอดชีวิตของหมอชีวกโกมารภัจจ์ ได้บำเพ็ญแต่คุณงามความดี ช่วยเหลือผู้เจ็บไข้โดยไม่เลือกฐานะ จนได้รับยกย่องจากพระพุทธองค์ว่า เป็นเอตทัคคะ ผู้เลิศกว่าอุบาสกทั้งปวงในทาง "เป็นที่รักของปวงชน" หมอชีวกโกมารภัจจ์ เป็นบุตรของนางสาลวดี นครโสเภณีประจำเมืองราชคฤห์ แคว้นมคธ ในสมัยนั้นตำแหน่งนี้มีเกียรติยศต่างจากในสมัยนี้ นางสาลวดีตั้งครรภ์โดยบังเอิญ เมื่อคลอดบุตรชายออกมาจึงสั่งให้สาวใช้นำไปทิ้ง แต่อภัยราชกุมาร พระราชโอรสของพระเจ้าพิมพิสารไป...

อนาถปิณฑิกเศรษฐี ชีวประวัติ

รูปภาพ
ชื่อเดิม สุทัตตะ ชื่ออื่น  อนาถปิณฑิกเศรษฐี, สุทัตตเศรษฐี สถานที่เกิด   สาวัตถี เอตทัคคะ  ผู้เป็นทายกผู้เลิศ ฐานะเดิม  ชาวเมือง สาวัตถี นามบิดา  สุมนเศรษฐี วรรณะ  แพศย์ สถานที่รำลึก  อนาถบิณฑิกสถูป เมืองสาวัตถี หมายเหตุ  ผู้ถวาย วัดเชตวันมหาวิหาร ในศาสนาพุทธ อนาถบิณฑิกเศรษฐี หรือ สุทัตตอนาถปิณฑิกคฤหบดี เป็นชาวสาวัตถี (แคว้นโกศล) ในสมัยพุทธกาล มีชีวิตร่วมสมัยกับพระพุทธเจ้า เดิมท่านมีนามว่าสุทัตตะเศรษฐี เกิดในตระกูลของสุมนะเศรษฐีผู้เป็นบิดา ท่านเป็นเศรษฐีที่ใจบุญ ชอบช่วยเหลือคนตกยาก ทำให้ท่านถูกเรียกจากชาวเมืองสาวัตถีว่า อนาถบิณฑิกเศรษฐี แปลว่า เศรษฐีผู้เป็นที่พึ่งของคนยาก (แปลตามศัพท์ว่า เศรษฐีผู้มีก้อนข้าวให้กับคนยากจน) อนาถบิณฑิกเศรษฐี ได้ไปค้าขายและได้ฟังธรรมจากพระพุทธเจ้าที่เมืองราชคฤห์จนบรรลุเป็น พระโสดาบัน ท่านจึงมีศรัทธาสร้างวัดเชตวันมหาวิหารถวายแก่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ด้วยเงินจำนวนมาก ท่านได้เป็นผู้ให้ความอุปถัมภ์บำรุงพระพุทธเจ้าและพระสงฆ์อย่างดีมาก เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้พระพุทธเจ้าเสด็จประทับจำพรรษาที่  วัดพระเชตวัน   🎬 ที่ท...

ปฏิสัมภิทามรรค คืออะไร?

รูปภาพ
  คัมภีร์ปฏิสัมภิทามรรค เป็นคัมภีร์ลำดับที่ ๑๒ ในหมวด ขุททกนิกาย ของพระสุตตันตปิฎก (พระไตรปิฎกเล่มที่ ๓๑) เป็นผลงานที่อรรถกถาจารย์ระบุว่ารวบรวมและรจนาโดย พระสารีบุตร ☊ อัครสาวกเบื้องขวาผู้เลิศในทางปัญญา คัมภีร์นี้มีลักษณะพิเศษคือแม้จะจัดอยู่ในพระสูตร แต่รูปแบบการนำเสนอและการวิเคราะห์ธรรมนั้นใช้ระเบียบวิธีที่ละเอียดลึกซึ้งในลักษณะเดียวกับพระอภิธรรม จึงนับเป็นคัมภีร์รอยต่อสำคัญที่เชื่อมโยงภาคปฏิบัติ (พระสูตร) เข้ากับภาคทฤษฎีวิเคราะห์เชิงลึก( พระอภิธรรม ) โครงสร้างและเนื้อหาหลักของปฏิสัมภิทมรรค เนื้อหาในคัมภีร์ถูกจัดแบ่งออกเป็น ๓ วรรค (หมวดใหญ่) แต่ละวรรคประกอบด้วย ๑๐ กถา (หมวดย่อย) รวมทั้งสิ้น ๓๐ กถา ซึ่งครอบคลุมหลักธรรมตั้งแต่ขั้นพื้นฐานไปจนถึงขั้นโลกุตตรธรรม ดังนี้ ๑. มหาวรรค ว่าด้วยความรู้ทางปัญญาที่สำคัญ ประกอบด้วย ญาณกถา (อธิบายปัญญาญาณ ๗๓ ประการ), ทิฏฐิกถา (ความเห็นผิดรูปแบบต่างๆ), อานาปานสติกถา (การทำสมาธิด้วยลมหายใจอย่างละเอียด), อินทริยกถา, วิโมกขกถา, คติกถา, กัมมกถา, วิปัลลาสกถา, มัคคกถา และมัณฑเปยยกถา ๒. ยุคนัทธวรรค ว่าด้วยการปฏิบัติธรรมที่สอดคล้องกันเป็นคู่ ประกอบ...

พุทธานุสติ (๒)

รูปภาพ
กลับไปพุทธานุสติ (๑) ๕. อธิบายบท โลกวิทู [๑๓๕] ก็แหละ พระผู้มีพระภาคทรงได้พระนามว่า โลกวิทู เพราะเป็นผู้ทรง รู้แจ้งโลก แม้โดยทุก ๆ ประการ เป็นความจริง พระผู้มีพระภาคนั้น ทรงรู้แจ้ง ทรงเข้าพระทัยทรงทะลุปรุโปร่งซึ่งโลกโดยทุก ๆ ประการ คือ โดยสภาวะ ได้แก่ ความเป็นจริง โดยสมุทัย ได้แก่เหตุเป็นแดนเกิด โดยนิโรธ ได้แก่ความดับ โดย นิโรธุบาย ได้แก่อุบายบรรลุถึงซึ่งความดับ  เหมือนอย่างที่ตรัสไว้ว่า อาวุโส ณ ที่สุดของโลกใดแล สัตว์ไม่เกิด ไม่แก่ ไม่ตาย ไม่จุติ ไม่อุบัติ ณ ที่สุดของโลกนั้น เราไม่กล่าวว่า เป็นสิ่งที่จะพึงรู้พึงเห็น พึงบรรลุถึงด้วยการเดินไป อาวุโส แหละครั้นยังไม่ได้บรรลุถึงซึ่งที่สุดของโลก เราไม่กล่าวว่าได้ทำถึงซึ่งที่สุดของทุกข์ อาวุโส ก็แต่ว่า เราบัญญัติเอาโลก ความเกิด ขึ้นแห่งโลก ความดับแห่งโลก และปฏิปทาอันส่งให้ถึงซึ่งความดับแห่งโลก ตรงที่ กเฬวรากอันยาวประมาณวา ซึ่งมีสัญญามีใจครองนี้นั่นเทียว ในกาลไหน ๆ บุคคลไม่พึงบรรลุถึงซึ่งที่สุดของโลก ด้วยการเดินไป อนึ่ง ครั้นยังไม่บรรลุถึงซึ่งที่สุดของโลก ที่ จะพ้นจากทุกข์หามีไม่ เพราะเหตุฉะนั้นแหละ ท่านผู้มีปัญญาหลักแหลม รู้แจ้งโลก...

พุทธานุสสติ (๑)

รูปภาพ
๑. พุทธานุสสติกถา  วิธีเจริญพุทธานุสสติกัมมัฏฐาน   (๑๒๔) ในอนุสสติ ๑๐ ประการนี้ อันโยคีบุคคลผู้ประกอบด้วยความเลื่อมใส อย่างไม่หวั่นไหว มีความประสงค์เพื่อที่จะเจริญพุทธานุสสติเป็นประการแรก จึงไป ณ ที่อันสงัด หลีกเร้นอยู่ ณ เสนาสนะอันสมควร แล้วพึงระลึกถึงพระคุณของพระผู้มี พระภาคพุทธเจ้าเนือง ๆ โดยนัยที่มาในพระบาลีอย่างนี้ว่า :-  พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น  ๑. อิติปิ อรหํ เป็นพระอรหันต์ แม้เพราะเหตุนี้ ๒. อิติปิ สมฺมาสมฺพุทโธ เป็นผู้ตรัสรู้เองโดยชอบ แม้เพราะเหตุนี้ ๓. อิติปิ วิชฺชาจรณสมฺปนฺโน     เป็นผู้ทรงสมบูรณ์ด้วยวิชชาและจรณะ แม้เพราะเหตุนี้ ๔. อิติปิ สุคโต เป็นผู้เสด็จไปดี แม้เพราะเหตุนี้ ๕. อิติปิ โลกวิทู เป็นผู้ทรงรู้แจ้งโลก แม้เพราะเหตุนี้ ๖. อิติปิ อนุตฺตโร ปุริสทมฺมสารถิ ทรงเป็นสารถีฝึกบุรุษที่ควรฝึก ชั้นยอดเยี่ยม แม้เพราะเหตุนี้ ๗. อิติปิ สตฺถา เทวมนุสฺสานํ ทรงเป็นศาสดาของเทวดาและมนุษย์ ทั้งหลาย แม้เพราะเหตุนี้ ๘. อิติปิ พุทฺโธ ทรงเป็นพุทธ แม้เพราะเหตุนี้ ๙. อิติปิ ภควา ทรงเป็นภควา แม้เพราะเหตุนี้ ด้วยประการฉะนี้ 🔅 อนุสสรณนัย นัยสำหรับระลึกเนื...

อนุสสติ ๑๐ ประการ

รูปภาพ
ปริจเฉทที่ ๗ อนุสสตินิเทศ   ⭕ อนุสสติ ๑๐ ประการ  (๑๒๓) ก็แหละ นักศึกษาพึงทราบอรรถาธิบายในอนุสสติ ๑๐ ประการ ที่ทรงแสดงไว้ในลำดับแห่งอสุภกัมมัฏฐาน ดังต่อไปนี้ :-  สติ นั่นเอง ชื่อว่า อนุสสติ เพราะเกิดขึ้นบ่อย ๆ อีกอย่างหนึ่ง สติอันสมควร แก่กุลบุตรผู้บวชด้วยศรัทธา เพราะเป็นไปในฐานอันควรจะเป็นไป แม้เพราะเหตุนั้น จึงชื่อว่า อนุสสติ  ๑. ความระลึกเนือง ๆ เกิดขึ้นปรารภพระพุทธเจ้า ชื่อว่า พุทธานุสสติ คำนี้ เป็นชื่อของสติอันมีพระพุทธคุณเป็นอารมณ์  ๒. ความระลึกเนือง ๆ เกิดขึ้นปรารภพระธรรม ชื่อว่า ธัมมานุสสติ คำนี้ เป็นชื่อของสติอันมีพระธรรมคุณเป็นอารมณ์ มีความเป็นธรรมอันพระผู้มีพระภาค ตรัสไว้ดีแล้วเป็นต้น  ๓. ความระลึกเนือง ๆ เกิดขึ้นปรารภพระสงฆ์ ชื่อว่า สังฆานุสสติ คำนี้เป็น ชื่อของสติอันมีพระสังฆคุณเป็นอารมณ์ มีความเป็นผู้ปฏิบัติดีเป็นต้น  ๔. ความระลึกเนือง ๆ เกิดขึ้นปรารภศีล ชื่อว่า สีลานุสสติ คำนี้เป็นชื่อ ของสติอันมีคุณแห่งศีลเป็นอารมณ์ มีความเป็นของไม่ขาดเป็นต้น  ๕. ความระลึกเนือง ๆ เกิดขึ้นปรารภการบริจาค ชื่อว่า จาคานุสสติ คำนี้ เป็นชื่อของส...

อธิบายอสุภกัมมัฏฐานที่เหลือ ๙ อย่าง

รูปภาพ
(๑๑๘) ก็แหละ แม้ในอสุภกัมมัฏฐานทั้งหลายมีวินีลกอสุภะเป็นต้น หลังแต่อุทธุมาตกอสุภะนี้ไป ลักษณะอันใด ตั้งต้นแต่การไปดูอสุภะซึ่งท่านแสดงไว้โดยนัยมีอาทิว่า โยคีบุคคลเมื่อจะเรียนเอาอสุภนิมิตชนิดที่ขึ้นพอง จึงไปอย่างเดียวดาย ไม่มีเพื่อน โดยมีสติตั้งมั่น..... ไปดังนี้ นักศึกษาพึงทราบลักษณะอันนั้นพร้อมทั้งวินิจฉัยและอธิบาย ตามนัยที่แสดงไว้แล้วนั่นแล เปลี่ยนเพียงแต่บทว่า อุทธุมาตก ตรงที่อสุภะนั้น ๆ ไปตามอสุภนิมิตนั้น ๆ อย่างนี้ว่า โยคีบุคคลเมื่อจะเรียนเอาอสุภนิมิต ชนิดที่มีสีเขียวคละด้วยสีต่าง ๆ ... โยคีบุคคลเมื่อจะเรียนเอาอสุภนิมิต ชนิดที่มีหนองไหลเยิ้ม ฉะนี้ส่วนอรรถาธิบายที่แปลกกัน ดังต่อไปนี้ ๒. วิธีเจริญวินีลกอสุภกัมมัฏฐาน ในวินีลกอสุภกัมมัฏฐาน โยคีบุคคลพึงยังมนสิการให้เป็นไปด้วยบริกรรมว่า อสุภะน่าเกลียด อสุภะมีสีเขียวคละด้วยสีต่าง ๆ น่าเกลียด ดังนี้แหละในกัมมัฏฐานบทนี้ อุคคหนิมิต ย่อมปรากฏเป็นสีด่างพร้อยไป ส่วนปฏิภาคนิมิต ย่อมปรากฏโดยเป็นสีหนาทึบ ๓. วิธีเจริญวิปุพพกอสุภกัมมัฏฐาน ในวิปุพพกอสุภกัมมัฏฐาน โยคีบุคคลพึงยังมนสิการให้เป็นไป ด้วยบริกรรมว่า อสุภะมีหนองไหลเยิ้มน่าเกลียด อสุภะมีหนอง...