บทความ

กำลังแสดงโพสต์จาก ตุลาคม, 2021

จริยา ๖ อย่าง

รูปภาพ
  จริยา ๖ อย่าง บัดนี้ จะอรรถาธิบายความในหัวข้อสังเขปที่ข้าพเจ้ากล่าวไว้ว่า อันเหมาะสมแก่จริยาของตน ฉะนี้ต่อไป คำว่า จริยา  ได้แก่จริยา ๖ อย่าง คือ           ๑. ราคจริยา* ความประพฤติเป็นไปด้วยอำนาจราคะ           ๒. โทสจริยา  ความประพฤติเป็นไปด้วยอำนาจโทสะ           ๓. โมหจริยา  ความประพฤติเป็นไปด้วยอำนาจโมหะ           ๔. สัทธาจริยา ความประพฤติเป็นไปด้วยอำนาจศรัทธา           ๕. พุทธิจริยา ความประพฤติเป็นไปด้วยอำนาจปัญญา           ๖. วิตกกจริยา ความประพฤติเป็นไปด้วยอำนาจวิตก (* คำว่า ราคจริยา มีอรรถวิเคราะห์ว่า คือความท่องเที่ยวไป ได้แก่ความเกิดขึ้นแห่งราคะในสันดานจนหนาแน่นเป็นอุปนิสัย เรียกว่า ราคจริยา จริยาอื่น ๆ ก็โดยทำนองเดียวกันนี้) แต่เกจิอาจารย์ประสงค์เอาจริยาถึง ๑๔ อย่าง โดยบวกจริยา ๘ เข้าด้วย ดังนี้คือ จริยาอื่นอีก ๔ ด้วยอำนาจการคละกันและต่อกันของราคจริยาเป็นต้น ราคโทสจริยา ๑ ราค...

กัลยาณมิตรตัวอย่าง

รูปภาพ
กัลยาณมิตรตัวอย่าง ก็แหละ กัลยาณมิตรผู้สมบูรณ์ด้วยคุณสมบัติทุก ๆ ประการนั้น คือ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า โดยมีพระบาลีรับรองว่า  "อานนท์ สัตว์ทั้งหลายผู้มีความเกิดเป็นธรรมดา ย่อมพ้นจากชาติความเกิดได้ ด้วยอาศัยกัลยาณมิตรคือเราตถาคตนั่นเทียว เพราะเหตุดังนั้น เมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้ายังทรงพระชนม์อยู่นั้น การเรียนเอาพระกัมมัฏฐานในสำนักของพระผู้มีพระภาคนั้นนั่นแลเป็นประเสริฐที่สุด" แต่เมื่อพระพุทธองค์เสด็จปรินิพพานไปแล้ว ในบรรดาพระมหาสาวก ๘๐ องค์ องค์ใดยังมีชนมายุอยู่ การเรียนเอาพระกัมมัฏฐานในสำนักของพระมหาสาวกองค์นั้น ย่อมเป็นการสมควร เมื่อพระมหาสาวกนั้นไม่มีอยู่แล้ว ก็พึงเรียนเอาในสำนักของพระอรหันตขีณาสพองค์ที่ได้ฌานจตุกกนัยหรือฌานปัญจกนัย ด้วยพระกัมมัฏฐานบทที่ตนประสงค์จะเรียนเอานั้น แล้วเจริญวิปัสสนาซึ่งมีฌานเป็นปทัฏฐาน จนได้บรรลุถึงซึ่งความสิ้นสุดแห่งอาสวกิเลสนั่นเถิด ถาม - ก็แหละ พระอรหันต์ขีณาสพนั้น ท่านประกาศตนให้ทราบหรือว่าท่านเป็นพระขีณาสพ ? ตอบ - จะต้องตอบทำไม เพราะพระอรหันต์ขีณาสพนั้น ท่านรู้ถึงภาวะที่ผู้จะทำความเพียรแล้วย่อมแสดงตนให้ทราบด้วยความอาจหาญและรื่นเริง โดยชี้ให้เ...

กัมมัฏฐาน ๒ อย่าง

รูปภาพ
กัมมัฏฐาน ๒ อย่าง แหละในหัวข้อสังเขปที่ข้าพเจ้ากล่าวไว้ว่า พึงเข้าไปหากัลยาณมิตรผู้ให้พระกัมมัฏฐาน ฉะนี้ มีอรรถาธิบายโดยพิสดารดังต่อไปนี้ :- กัมมัฏฐานมี ๒ อย่าง คือ สัพพัตถกกัมมัฏฐาน กัมมัฏฐานที่ปรารถนาเป็นเบื้องต้น ในการบำเพ็ญกัมมัฏฐานทั้งปวง ๑ ปาริหาริยกัมมัฏฐาน กัมมัฏฐานที่จำต้องรักษาอยู่เป็นนิจ ๑ ใน ๒ อย่างนั้น ที่ชื่อว่า สัพพัตถกกัมมัฏฐาน ได้แก่ ความมีเมตตา ในหมู่ภิกษุเป็นต้น ๑ กับมรณสติ คือการระลึกถึงความตาย ๑ ฝ่าย เกจิอาจารย์พวกหนึ่ง หมายเอาอสุภสัญญา คือความสำคัญเห็นในแง่ที่ไม่สวยไม่งามอธิบายว่า อันภิกษุผู้บำเพ็ญกัมมัฏฐานนั้น ชั้นต้นต้องกำหนดเสียก่อนแล้วจึงเจริญ เมตตาไปในหมู่ภิกษุซึ่งอยู่ในเขต ว่า ภิกษุที่อยู่ในวัดนี้ทั้งหมด จงมีความสุขเถิดอย่าได้เบียดเบียนกันเลย แต่นั้นพึง เจริญเมตตาไปในเทวดา ทั้งหลายที่อยู่ในเขต แต่นั้นพึงเจริญไปใน ชนผู้เป็นใหญ่ในโคจรคาม คือหมู่บ้านที่ไปรับบิณฑบาต แต่นั้นพึงเจริญไปใน สัตว์ทุกชนิดนับแต่มนุษย์ทั้งหลายซึ่งอยู่ในโคจรคาม นั้น โดยเหตุที่ภิกษุผู้บำเพ็ญกัมมัฏฐานนั้นมีเมตตาจิตในหมู่ภิกษุ ชื่อว่าทำให้หมู่ภิกษุที่อยู่ร่วมกันนั้นเกิดมีจิตใจน...

ปลิโพธ ๑๐ อย่าง

รูปภาพ
ปลิโพธ ๑๐ อย่าง คำใดที่ข้าพเจ้ากล่าวไว้โดยสังเขปว่า บรรดาปลิโพธเครื่องกังวล ๑๐ ประการอย่างใดมีอยู่แก่ตน ก็จงตัดปลิโพธเครื่องกังวลอย่างนั้นเสียให้สิ้นห่วงดังนี้ ในคำนั้นมีอรรถาธิบายโดยพิสดารเครื่องทำให้เกิดความกังวลนั้น มีอยู่ ๑๐ ประการ คือ      ๑. อาวาสปลิโพธ เครื่องกังวลคือที่อยู่      ๒. กุลปลิโพธ เครื่องกังวลคือตระกูล      ๓. ลาภปลิโพธ เครื่องกังวลคือลาภสักการะ      ๔. คุณปลิโพธ เครื่องกังวลคือหมู่คณะ      ๕. กัมมปลิโพธ เครื่องกังวลคือนวกรรม      ๖. อัทธานปลิโพธ เครื่องกังวลคือการเดินทาง      ๗. ญาติปลิโพธ เครื่องกังวลคือญาติ      ๘. อาพาธปลิโพธ เครื่องกังวลคือโรคภัยไข้เจ็บ      ๙. คันถปลิโพธ เครื่องกังวลคือการเล่าเรียน      ๑๐. อิทธิปลิโพธ เครื่องกังวลคือการแสดงอิทธิฤทธิ์ ปลิโพธ ๑๐ ประการนั้น มีอรรถาธิบายตามลำดับดังนี้ 🔅 ๑. อธิบายอาวาสปลิโพธ ห้องเล็ก ๆ แม้เพียงห้องเดียว บริเวณแม้เพียงแห่งเดียว หรือแม้ทั่วทั้งสังฆารามเรียกว่า ที่อยู่ ...

ปัญหาในสมาธิ ๘ ข้อ

รูปภาพ
ปริจเฉทที่ ๓ กัมมัฏฐานคหณนิเทศ เริ่มเรื่องสมาธิ โดยเหตุที่โยคีบุคคลเมื่อตั้งตนไว้ในศีลอันบริสุทธิ์ผุดผ่องด้วยคุณทั้งหลาย มีความเป็นผู้มักน้อยเป็นต้น ซึ่งสำเร็จขึ้นด้วยการบำเพ็ญธุดงควัตรฉะนี้แล้ว จำต้องจะเจริญสมาธิภาวนาที่พระผู้มีพระภาคทรงแสดงไว้ด้วยหัวข้อว่า จิตฺตํ โดยพระบาลี ว่า สีเล ปติฏฺฐาย นโร สปญฺโญ จิตฺตํ ปญฺญฺจ ภาวยํ  ดังนี้ประการหนึ่งกับอีกประการหนึ่ง โดยเหตุที่พระผู้มีพระภาคทรงแสดงสมาธินั้นไว้อย่างย่อสั้นมากไม่ต้องกล่าวถึงที่จะเจริญภาวนาแม้แต่เพียงจะเข้าใจอย่างแจ่มแจ้ง ก็ไม่ใช่เป็นสิ่งที่จะกระทำได้ง่ายเลย ฉะนั้น บัดนี้ เพื่อที่จะแสดงสมาธินั้นอย่างพิสดาร และเพื่อที่จะแสดงวิธีเจริญสมาธินั้น จึงขอตั้งปัญหากรรมเป็นมาตรฐานขึ้นไว้ดังต่อไปนี้ คือ ปัญหาในสมาธิ ๘ ข้อ ๑. อะไร ชื่อว่าสมาธิ ๒. ที่ชื่อว่าสมาธิ เพราะอรรถว่ากระไร ๓. อะไร เป็นลักษณะ, เป็นรส, เป็นอาการปรากฏ และเป็นปทัฏฐานของสมาธิ ๔. สมาธิ มีกี่อย่าง ๕. อะไร เป็นความเศร้าหมองของสมาธิ 5. อะไร เป็นความผ่องแผ้วของสมาธิ ๗. สมาธินั้น จะพึงเจริญภาวนาอย่างไร ๘. อะไร เป็นอานิสงส์ของสมาธิภาวนา 🙏วิสัชนาปัญหาข้อที่ ๑ บรรดาปัญหาเหล่า...