บทความ

มรณานุสติกัมมัฏฐาน

รูปภาพ
ปริจเฉทที่ ๘ อนุสสติกัมมัฏฐานนิเทศ ๑. มรณานุสสติกถา [๑๖๗] บัดนี้ ถึงวาระแสดงการเจริญมรณสติต่อจากเทวดานุสสตินี้ไป ในมรณสตินั้น คำว่า มรณะ ได้แก่ ความขาดแห่งชีวิตินทรีย์ที่เนื่องอยู่ในภพอันเดียว ก็ สมุจเฉทมรณะ กล่าวคือความขาดสูญแห่งวัฏฏทุกข์ของพระอรหันต์ทั้งหลาย ขณิกมรณะ กล่าวคือความแตกดับชั่วขณะแห่งสังขารทั้งหลาย และสมมติมรณะ ได้ในคำว่าต้นไม้ตาย โลหะตาย ดังนี้เป็นต้น มรณะทั้ง ๓ อย่างนั้น ไม่ประสงค์เอาในมรณสตินี้ ก็แหละ มรณะที่ประสงค์เอานั้นมี ๒ อย่างคือ กาลมรณะ ๑ อกาลมรณะ ๑ ในมรณะ ๒ อย่างนั้น กาลมรณะ ย่อมมีด้วยการสิ้นบุญ หรือการสิ้นอายุ หรือด้วยการสิ้นทั้ง ๒ อย่าง อกาลมรณะ ย่อมมีด้วยอำนาจกรรมที่เขาตัดรอนกรรม ในมรณะเหล่านั้นก็มรณะใดแม้เมื่อความพร้อมมูลแห่งปัจจัย ที่เป็นเหตุสืบต่ออายุยังมีอยู่ ก็ย่อมมีได้ เพราะความที่กรรมอันเป็นเหตุต่อปฏิสนธิมีวิบากสุกงอมสิ้นเชิงแล้ว นี้ชื่อว่ามรณะด้วยการสิ้นบุญ มรณะใดย่อมมีด้วยการสิ้นอายุซึ่งมี ๑๐๐ ปี เป็นกำหนดเหมือนอายุของคนทุกวันนี้ เพราะไม่มีสมบัติคือ คติ, กาล และอาหารเป็นต้น นี้ชื่อว่ามรณะด้วยกา...

เทวตานุสสติกถา

รูปภาพ
วิธีเจริญเทวตานุสสติ  การระลึกถึงคุณธรรมที่ทำให้บุคคลไปเกิดเป็นเทวดา เช่น ศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ ปัญญา [๑๖๒] ก็แหละ โยคีบุคคลผู้มีความประสงค์เพื่อจะเจริญ เทวตานุสสติกัมมัฏฐาน พึงเป็นผู้ประกอบด้วยคุณทั้งหลายมีศรัทธาเป็นต้น อันสำเร็จมาด้วยอำนาจแห่ง อริยมรรค แต่นั้นพึงไปในที่ลับ หลีกเร้นอยู่ ณ เสนาสนะอันสมควร พึงระลึกอยู่ เนือง ๆ ถึงคุณทั้งหลายมีศรัทธาเป็นต้นของตน โดยตั้งเทวดาทั้งหลายไว้ในฐานะ เป็นพยานอย่างนี้ว่า เทวดาชั้นจาตุมมหาราชิกา มีอยู่จริง เทวดา ชั้นดาวดึงส์ มีอยู่จริง เทวดาชั้นยามา มีอยู่จริง เทวดา ชั้นดุสิต มีอยู่จริง เทวดาชั้นนิมมานรดี มีอยู่จริง เทวดา ชั้นปรนิมมิตวสวัตดี มีอยู่จริง เทวดาชั้นพรหมกายิกา มีอยู่จริง เทวดาชั้นสูงขึ้นไปกว่านั้นก็มีอยู่จริง เทวดาเหล่านั้น ประกอบด้วยศรัทธาชนิดใด ครั้น จุติจากโลกนี้แล้วจึงไปบังเกิดในภพนั้น ๆ ศรัทธาชนิดนั้น แม้ในเราก็มี เทวดาเหล่านั้นประกอบด้วยศีลชนิดใด ประกอบ ด้วย สุตะ การสดับรับฟัง, การศึกษาเล่าเรียน, ความรู้ ชนิดใด ประกอบด้วย จาคะ การสละให้ ปันสิ่งของ และการสละละกิเลสความตระหนี่ ชนิดใด ประกอบ ด้วยปัญญาชนิดใด ครั้นจุติจากโ...

จาคานุสสติกถา

รูปภาพ
วิธีเจริญ จาคานุสสติกัมมัฏฐาน อารมณ์กรรมฐานที่กำหนดระลึกถึงการสละและการบริจาคทานของตน (๑๖๐) ก็แหละ อันโยคีบุคคลผู้มีความประสงค์เพื่อจะเจริญ จาคานุสสติกัมมัฏฐาน อารมณ์กรรมฐานที่กำหนดระลึกถึงการสละและการบริจาคทานของตน พึงเป็นผู้น้อมใจไปในการบริจาคเป็นปกติ มีทานและการแบ่งปันดำเนินไปอยู่เป็นประจำ แหละหรือเมื่อจะเริ่ม ภาวนา การทำให้มีขึ้นทำให้เจริญขึ้น, การอบรมจิตใจและการเจริญปัญญา พึงทำการ สมาทาน การถือเอาเป็นข้อปฏิบัติ, การน้อมนำธรรมไปปฏิบัติ ไว้ว่า บัดนี้ นับจำเดิมแต่นี้ ครั้น ปฏิคาหก ผู้รับของทำบุญหรือรับทาน มีอยู่ยังมิได้ให้ทานแม้อย่างน้อยเพียงคำข้าวคำหนึ่งแล้ว เราจักไม่ยอมบริโภค ครั้นแล้วพึงให้ทานตาม สัตติ กำลัง, ความสามารถ ตามกำลังใน ปฏิคาหก ผู้รับของทำบุญหรือรับทาน ผู้ประเสริฐโดยคุณทั้งหลายในวันนั้น ถือเอานิมิตในทานนั้นแล้วไปในที่ลับ หลีกเร้น การปลีกตัวไปอยู่ในที่สงบสงัดเพื่อเจริญสมาธิภาวนา อยู่ ณ เสนาสนะ ที่อยู่อาศัย ที่นอน และที่นั่งสำหรับภิกษุสงฆ์ อันสมควร พึงระลึกเนือง ๆ ถึงการบริจาคของตน ด้วยสา มาร ผู้ขัดขวางความดี เครื่องเหนี่ยวรั้งจิตใจให้ตกอยู่ในอำนาจกิเลสและวัฏ...

สีลานุสสติกถา

รูปภาพ
วิธีเจริญ สีลานุสสติ กัมมัฏฐาน (๑๕๘) ก็แหละ อันโยคีบุคคลผู้มีความประสงค์เพื่อจะเจริญ สีลานุสสติ การตามระลึกถึงคุณความบริสุทธิ์แห่งศีลของตนเป็นอารมณ์กรรมฐาน กัมมัฏฐาน ไปในที่ลับ หลีกเร้น การปลีกตัวไปอยู่ในที่สงบสงัดเพื่อเจริญสมาธิภาวนา อยู่ ณ เสนาสนะ ที่อยู่อาศัย ที่นอน และที่นั่งสำหรับภิกษุสงฆ์ อันสมควร พึงระลึกเนือง ๆ ถึงศีลทั้งหลายของตน ด้วยสา มาร ถแห่งคุณมีความเป็นศีลไม่ขาดเป็นต้น อย่างนี้ : โอหนอ ! ศีลทั้งหลายของเรา อขณฺฑานิ เป็นศีลไม่ขาด อจุฉิททานิ เป็นศีลไม่ทะลุ อสพลานิ เป็นศีลไม่ด่าง อกมฺมาสานิ เป็นศีลไม่พร้อย ภุชิสฺสานิ เป็นศีลที่เป็นไทย วิญฺญูปปสตฺถานิ เป็นศีลอันผู้รู้สรรเสริญ อปรามฏฺฐานิ เป็นศีลอันตัณหาและทิฏฐิไม่แตะต้อง สมาธิส่วตฺตนิกานิ เป็นศีลที่ยังสมาธิให้บังเกิดได้ แหละศีลเหล่านั้น คฤหัสถ์พึงระลึกถึงศีลทั้งหลายของคฤหัสถ์ บรรพชิตพึงระลึกถึงศีลทั้งหลายของบรรพชิต อธิบายคุณลักษณะของศีล ๘ อย่าง ศีลทั้งหลายจะเป็นศีลของคฤหัสถ์หรือศีลของบรรพชิตก็ตาม ศีลเหล่าใดในเบื้องต้นหรือเบื้องปลาย แม้ สิกขา...

สังฆานุสสติ

รูปภาพ
วิธีเจริญสังฆานุสสติกัมมัฏฐาน [๑๕๔] เมื่อโยคีบุคคลผู้ประสงค์ที่จะเจริญ สังฆานุสสติ การระลึกถึงคุณของพระสงฆ์เป็นอารมณ์กรรมฐาน กัมมัฏฐาน ไปในที่ลับ หลีกเร้น การปลีกตัวไปอยู่ในที่สงบสงัดเพื่อเจริญสมาธิภาวนา อยู่ ณ เสนาสนะ ที่อยู่อาศัย ที่นอน และที่นั่งสำหรับภิกษุสงฆ์ อันสมควร พึงระลึกเนือง ๆ ถึงคุณทั้งหลายของ พระอริย ผู้ที่ได้บรรลุธรรมวิเศษ อันได้แก่ อริยมรรคและอริยผลในชั้นใดชั้นหนึ่ง ตั้งแต่พระโสดาบัน พระสกทาคามี พระอนาคามี จนถึงพระอรหันต์ สงฆ์ อย่างนี้ว่า คู่แห่งบุรุษ ๔ บุรุษบุคคล ๘ นี้คือพระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาค ๑. สุปฏิปนฺโน เป็นผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติตรงตามพระธรรมวินัย เป็นผู้ปฏิบัติดี ๒. อุชุปฏิปนฺโน เป็นผู้ปฏิบัติตรง ๓. ญายปฏิปนฺโน เป็นผู้ปฏิบัติเพื่อ นิพพาน สภาพที่ดับกิเลสและกองทุกข์สิ้นเชิง, ธรรมอันเป็นเป้าหมายสูงสุดในพระพุทธศาสนา ๔. สามีจิปฏิปนฺโน เป็นผู้ปฏิบัติสมควร ๕. อาหุเนยฺโย เป็นผู้ควรแก่ของที่เขานำมาบูชา เป็นผู้ควรแก่ของบูชา ๖. ปาหุเนยฺโย เป็นผู้ควรแก่ของต้อนรับสำหรับแขกผู้มาเยือน เป็นผู้ควรแก่ของต้อนรับ ๗. ทกฺขิเณยฺโย เป็นผู้ควรแก่ของทำบุญ ๘. อญฺชลิกรณีโย เป...

ธัมมานุสสติกถา

รูปภาพ
วิธีเจริญธัมมานุสสติกัมมัฏฐาน  [๑๔๖] แม้อันโยคีบุคคลผู้ปรารถนาเพื่อที่จะเจริญ ธัมมานุสสติกัมมัฏฐาน ไปอยู่ในที่ลับหลีกเร้นอยู่ ณ เสนาสนะอันสมควร พึงระลึกถึงเนือง ๆ ซึ่งคุณทั้งหลาย ของปริยัติธรรมและโลกุตตรธรรม ๙ อย่างนี้ว่า   ๑. สวากขาโต ภควตา ธมฺโม พระธรรมอันพระผู้มีพระภาคตรัสไว้ดีแล้ว  ๒. สนฺทิฏฐิโก  พระธรรมอันผู้ได้บรรลุจะพึงเห็นเอง  ๓. อกาลิโก  พระธรรมให้ผลไม่ประกอบด้วยกาล  ๔. เอหิปสฺสิโก  พระธรรมเป็นสิ่งที่ควรเชิญให้มาดู  ๕. โอปนยิโก พระธรรมเป็นสิ่งที่น้อมเข้ามาในใจได้  ๖. ปจจตฺตํ เวทิตพโพ วิญญูหิ   พระธรรมอันวิญญูชนทั้งหลาย จะพึงรู้เฉพาะตน ​๑. อธิบายบท สวากขาโต ​[๑๔๗] ก็แหละ ในบท สวากขาโต นี้ แม้ปริยัติธรรมก็ถึงอันสงเคราะห์ เอาด้วย ในบทอื่น ๆ นอกนี้ สงเคราะห์เอาเฉพาะโลกุตตรธรรม ​ ปริยัติธรรมเป็นสวากขาตธรรม ​ในธรรม ๒ ประเภทนั้น ปริยัติธรรม ประการแรก ชื่อว่า อันพระผู้มีพระภาค ตรัสไว้ดีแล้ว เพราะมีความงามในเบื้องต้น ท่ามกลางและที่สุด และเพราะประกาศ พรหมจรรย์ พร้อมทั้งอรรถะ พร้อมทั้งพยัญชนะ บริสุทธิ์บริบูรณ์...